เปรียบเทียบ โฆษณา PPC AdWords – SEO Organic – E-mail Marketing

online-marketing-strategy

เปรียบเทียบ ชั้นเชิงทางเทคนิค 3 Channels เราจะเข้าใจมิติของโลกออนไลน์ ในหลายๆมิติ ที่แตกต่างกันออกไป
การทำการตลาดออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ ควรใช้เครื่องมือให้ถูกที่ถูกทาง ตรงกับกาละเทศะ และมีแผนระยะยาว
ก่อนอ่านบทความนี้ แนะนำให้ลอง กลับไปอ่านเนื้อหา "Web Traffic Checking" เพื่อเข้าใจหลักการ 3 ประสาน ในเรื่องของการพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ ให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในเชิงคุณภาพ แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ในโอกาสต่อไป Search Monopoly จะพัฒนาเนื้อหาเชิงลึกในการทำความเข้าใจ User Behavior โดยใช้ Google Analytics เพื่อพัฒนาช่องทาง ทางการตลาดออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ก่อนอื่น จงอย่า ยึดติดกับ ช่องทางการตลาด ช่องทางเดียว

และ ทำให้หวังผลทาง Organic Traffic แล้วเราจะเหนื่อยน้อยลง

e-mail-marketing-work-style
E-Mail marketing เปรียบเสมือนปืนกล ในสนามรบ

1.) E-Mail Marketing

เป็นอาวุธหนัก อย่างปืนกล ที่ใช้ยิงในระยะประชิด - ยิงเพื่อหวังผล และยิงตัดกำลัง การยิง E-mail ในโลกการตลาดออนไลน์ จะยิงกวาดเรียบ ในตำบลเป้าหมาย ฉนั้นแล้ว Target จะต้องมีความสนใจใน Offer ของเราในระดับหนึ่ง มิเช่นนั้น เราจะกลายเป็น Spam.

การทำ E-Mail Marketing จะเน้น 2 รูปแบบเป็นหลัก คือ a.)ก่อนจะรู้จักกัน หรือ b.)รู้จักกันพอสมควรแล้ว

แผนการตลาดทาง E-mail ทั้ง a และ b ก็แตกต่างกันแล้ว อย่างที่เราเห็นบ่อยๆ ตามเว็บ Booking หรือ Flight Ticket มืออาชีพ
ที่ทาง Search Monopoly เองเห็นว่า นักวางแผนกลยุทธ์ ของทาง Air - Asia นั้นฉลาดมาก และวิธีการสุดแยบยล ที่เป็นการตลาดแบบอ้อมๆ ที่ไม่ได้เน้น Hard Sale จนเกินไป ทำให้เราวางใจใน Offer ของพวกเขาเป็นอย่างมาก และพร้อมที่จะ ใช้งาน Air - Asia ต่อๆไปในโอกาสข้างหน้าอย่างไม่รู้ลืม

นั่นคือแผนชนะใจ โดยใช้ชุดปืนกล ในแบบที่ Offer หรือการขายสินค้าแบบ PPC หรือ AdWords นั้นทำไม่ได้ดีเท่า การดึง Traffic จาก E-mail Marketing ต้อง Prove ให้ได้ว่ากลุ่ม ที่เราส่งไปมีความเป็น Loyalty พอสมควร

คำถามจากผู้ประกอบการ SME คือ -- ทำอย่างไรหล่ะ ที่จะทำให้ User ในเว็บเรา มีความเป็น Loyalty ขึ้นมา ?

คำถามนี้จะมีคำตอบ ในตลาสเรียน Google AdWords ฟรี ใน Lecture ต่อๆไป โปรดติดตาม และหากอยากเรียนรู้ การวางกลยุทธ์ให้แผนธุรกิจออนไลน์ เราเติบโตอย่างยั่งยืน แนะนำให้เข้ามาเรียนรู้ร่วมกันที่
"Free GoogleAdword Course เรียน แอดเวิร์ดฟรี"

AdWords PPC ใช้เชิง ซุ่มยิง
AdWords PPC ใช้เชิง ซุ่มยิง อย่าง Sniper

2.) PPC หรือ โฆษณา Google AdWords

 

การทำโฆษณา PPC เป็นแบบ Pay Per Clicks ฉนั้น ยิงเพื่อหวังผลอย่างเดียว -- เคยได้ยินไหม กระสุน Sniper 1 นัด เท่ากับ 1 ชีวิต การโฆษณา แบบ Pay Per Click ต้องอาศัยความแม่นยำเป็นพิเศษ

 

อย่าเอาการทำ โฆษณาแบบ PPC มาปั่นยอด Clicks สูงๆ หรือเน้นการทำ Traffic จำนวนมาก จาก PPC หากไม่พัฒนาช่องทางการเติบโตทางช่องทางอื่น ธุรกิจของคุณจะโดนตีกระหนาบ และ ตายในสนามรบทางธุรกิจ เนื่องจาก กระสุน PPC นั้นมีต้นทุนที่สูงมาก และมีการประมูลของ Keyword ที่มีมูลค่า การ Offer ของเราต้องคมจริงๆ และ Ads Text จะต้องบ่งบอกคุณลักษณะสินค้าและบริการที่ชัดเจน อีกทั้งต้องรู้ใจ อย่างชัดๆ ว่าคลิ๊กแล้ว ต้องมาพิจารณาเพื่อ ซื้อ หรือ ติดต่อเข้ามาแน่ๆ ฉนั้น การทำ PPC ต้องตั้งอยู่บนพื้นที่ Webpage ที่ทำเลดีจริงๆ (Best Landing Page - Best Offer) ไม่ใช่การมาเพื่อทำ Selections หรือมาดูๆ แล้วก็ไป แล้วก็ลืม พยายามจับ จังหวะ โอกาส หรือแนวทางที่จะ Offer ให้เขาเข้ามาซื้ออย่างจริงจัง 

 

 

SEO work style
การทำ SEO เสมือนการใช้ ปืนใหญ่ ยิงทั้งตำบล หวังผลทำลายล้างสูง

3.) การทำ SEO คือการยิงด้วยกระสุนปืนใหญ่

รูปแบบการพัฒนาช่องทางการทำการตลาด เพื่อเพิ่มปริมาณ Organic Traffic จะใช้ระยะเวลาที่นาน และยิงทีละนัด แต่หนักแน่น หวังผลแบบทั้งตำบล ชนิดที่เรียกว่า ค้นหาเราก็เจอเราในทุกมิติ การทำ SEO ใช้ระยะเวลานานมาก เสมือนดั่งเช่นการ Re-Load กระสุนปืนใหญ่ ที่ใช้เวลานานกว่า การยิงด้วย Ads หรือ E-mail ที่เปรียบเสมือน ปืนกล และ Sniper 

การทำ SEO คือที่สุดของการตลาดออนไลน์ เพราะจะเพิ่มมูลค่าเว็บสูงมากๆ การพัฒนาเนื้อหาให้ติดอันดับในทุกมิติของสินค้าและธุรกิจของเรา บวกกับการขยายขอบเขตุการค้นหาอย่างไม่สิ้นสุด ต้องอาศัยการวางแผนที่ดี การคิดทบทวนที่ดี และการเขียนบทความทางเทคนิคอย่างมืออาชีพ เพื่อ Keep Usability และ User Retention อย่างต่อเนื่อง

 

การที่ User เข้ามาใช้ช่องทางการค้นหาทาง Organic ของเราอย่างซ้ำๆ จะเป็นการปั้น brand ให้คนรู้จักในระยะยาว ลองสังเกตเว็บใหญ่ๆ Brand ใหญ่ๆ เราจะเห็นพวกเขาเสมอเมื่อค้นหาใน Google และ พบเห็นบทความที่เกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เราค้นหาอยู่ประจำ

usability

มาเข้าเนื้อหาทางวิชาการกัน

เราจะเห็นได้ชัดว่า จากค่าสถิติในตาราง ช่วงนี้ เน้นการโพสฟรี ใน Facebook Group จึงได้ผู้ใช้งานที่ติดตามอ่านเข้ามาจำนวนมาก แต่จริงๆแล้ว เราควรเน้นช่องทางอื่นให้มากกว่า โดยเฉพาะ Referral Traffic ที่จะเป็น เมล็ดพันธุ์เพาะบ่มให้ เกิดการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ

จากการทดลอง และ ค้นคว้ามากจากหลายๆตัวอย่าง การดึง Traffic จาก Social Channel นั้น บอกตามตรงว่าเหนื่อยกว่า ช่องทางอื่นมากๆ และโอกาสปิดการขายที่น้อยกว่า โดยเฉพาะในงานทางด้าน บริการ ที่ยากยิ่งจะเข้าใจ และ ไม่ Match กับกลุ่มประชากร ตามหลักการของ Social Marketing

ผู้ที่มาใช้งาน ส่วนใหญ่ที่เข้ามาในเว็บนั้น มักจะมีประสบการณ์ในการทำ Online Marketing มาเป็นอย่างดีแล้ว หรือมี Experience แล้วทั้งนั้น ซึ่ง Traffic ที่ได้มาในช่องทางดังกล่าว อาจจจะยังไม่ตรงกลุ่มนัก

แต่แผนระยะยาว ที่ได้พัฒนาอยู่นั้น คุณจะเห็นได้ว่า มีช่องทางทาง Direct และ Referral เป็นเรื่องของ สามประสาน ที่จะทำให้เกิด Organic เป็นแรงกระเพื่อมจากการเติบโตที่จะตามมาในอนาคต นี่คือการหว่านและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญยิ่ง

 

เนื่องจาก ยอดโทรเข้ามาสอบถามจำนวนมากนั้น ส่วนใหญ่ล้วนมาจากการค้นทางทาง Organic

ส่วน PPC นั้น เหมือนว่า จะอยู่ในตำแหน่งที่ 1 บน Google แต่ให้นึกถึงตัวท่านเอง และหลายๆคน ในโลกความเป็นจริงแล้ว มักจะมองข้าม Ads PPC ไปก่อน และเลือกการ Click ที่ Organic เพื่อเรียนรู้เนื้อหา และ บทความที่น่าสนใจก่อนจะกลับมา โดยบังเอิญ หรือไม่พบสิ่งที่น่าสนใจพอก็จะมาเลือกคลิ๊ก Ads.

โดยส่วนใหญ่แล้ว พวก Internet User ที่มีประสบการณ์ในเรื่อง IT อย่างดี มักจะแยกออกว่าอะไรคือ Ads อะไรคือ Organic Result.  

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*