ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance)

การประกันอัคคีภัยเป็นการประกันภัยทรัพย์สินซึ่งให้ความคุ้มครองแบบระบุภัย (Named Perils Basis)
กล่าวคือ ให้ความคุ้มครองความสูญเสีย หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย อันเนื่องมาจากภัยที่ระบุไว้
เท่านั้น
การประกันอัคคีภัยยังแบ่งได้อีก 2 ประเภทเพื่อตอบสนองความเสี่ยงของผู้เอาประกันภัยที่แตกต่างกัน คือ การ
ประกันอัคคีภัย และการประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย

1.1 การประกันอัคคีภัย (Fire Insurance)

เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองอาคารและสิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมฐานราก) ที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบ
กิจการต่าง ๆ เช่น ร้านค้า สำนักงาน โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า โกดังหรือโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ตลอดจน
ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เอาประกันภัยไว้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่งติดตั้งตรึงตรา อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า
สต็อกสินค้า เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้า เป็นต้น โดยคุ้มครองแบบระบุภัย (Named Perils Basis) สำหรับ
ความเสียหายจากภัยต่อไปนี้

  • 1) ไฟไหม้
  • 2) ฟ้าผ่า
  • 3) การระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้นแต่ไม่รวมถึง
    ความเสียหายจากการระเบิดของแก๊สจากแผ่นดินไหว
  • 4) ภัยเพิ่มพิเศษ ที่ได้ระบุไว้ชัดเจนในกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย

ภัยเพิ่มพิเศษซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถขอขยายความคุ้มครองโดยจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม เช่น
ภัยแผ่นดินไหว ภัยน้ำท่วม ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยจากลูกเห็บ ภัยลมพายุ ภัยจากการนัดหยุดงาน ภัยจลาจล
ภัยต่อเครื่องไฟฟ้า ภัยระเบิด ภัยอากาศยาน ภัยจากยวดยานพาหนะ ภัยจากควัน ภัยจากการกระทำอย่างป่าเถื่อน
หรือการกระทำอันมีเจตนาร้าย เป็นต้น

การประกันภัยนี้เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการ เช่น บริษัท ห้าง ร้าน โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ

 

1.2 การประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย (Fire Insurance for Dwelling House)

เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินที่เอาประกันภัยซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมฐานราก) ที่ใช้
เป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น เช่น บ้าน ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด ตึกแถวสำหรับอยู่อาศัย ห้องชุดสำหรับอยู่อาศัยในแฟลต
อาคารชุด คอนโดมิเนียม อาคารย่อย โรงรถ กำแพง รั้ว ประตู เป็นต้น รวมทั้งส่วนปรับปรุงต่อเติม (ยกเว้นฐานราก)
และทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายในสถานที่เอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย เช่น เฟอร์นิเจอร์

 

เครื่องตกแต่ง สิ่งติดตั้งตรึงตรา เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เครื่องดนตรี เครื่องเสียง เครื่องครัว
เครื่องนุ่งห่ม และทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อการอยู่อาศัยของผู้เอาประกันภัย โดยคุ้มครองแบบระบุภัย (Named Perils
Basis) สำหรับความเสียหายที่เกิดจาก

  1. 1) ไฟไหม้
  2. 2) ฟ้าผ่า (รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดจากการลัดวงจรจากฟ้าผ่า)
  3. 3) ระเบิด
  4. 4) ภัยจากการเฉี่ยว และ/หรือ การชนของยวดยานพาหนะ หรือสัตว์พาหนะ
  5. 5) ภัยจากอากาศยาน และ/หรือ วัตถุที่ตกจากอากาศยาน
  6. 6) ภัยเนื่องจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม) อันเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ รวมถึงน้ำฝนที่ไหลผ่านช่องชำรุดของ
    ประตู หน้าต่าง วงกบ ช่องรับลม ช่องรับแสงสว่าง ท่อน้ำหรือรางน้ำ แต่ไม่รวมถึงน้ำท่วม น้ำไหลบ่าจากทางน้ำ
    ภายนอก ท่อประปาใต้ดินที่อยู่ภายนอกอาคาร ระบบเครื่องพรมน้ำดับเพลิง หรือระบบดับเพลิงอัตโนมัติ หรือระบบ
    หัวกระจายน้ำดับเพลิง (Automatic Sprinkler System)
  7. 7ภัยจากลมพายุ
  8. ภัยจากน้ำท่วม
  9. ภัยจากแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิด หรือคลื่นใต้น้ำ หรือสึนามิที่มีสาเหตุจากธรรมชาติ
  10. ภัยจากลูกเห็บ

การคุ้มครองภัยธรรมชาติตามข้อ 7) – 10) จะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงทุกภัยรวมกันแล้วไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
นอกจากนี้ กรมธรรม์ประกันภัยนี้ยังได้ขยายความคุ้มครองในส่วนของค่าเช่าที่อยู่อาศัยชั่วคราว
กรณีอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่เอาประกันภัยไว้ได้รับความเสียหายจากภัยตามข้อ 1) – 6)
การประกันภัยนี้เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่เป็นเจ้าของบ้าน ตลอดจนคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด
เป็นต้น

1.3 การประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (เนื่องจากภัยที่เอาประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย)

[Business Interruption Insurance (due to Insured Perils under Fire Insurance Policy)]

เป็นอีกกรมธรรม์ประกันภัยหนึ่งที่สามารถทำคู่กับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย เมื่อเกิดความสูญเสีย หรือ
ความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยแล้ว การประกันอัคคีภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะตัวทรัพย์สินที่
เอาประกันภัยไว้ส่วนการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักจะคุ้มครองผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นสถานประกอบธุรกิจในกรณี
ทรัพย์สินที่ใช้เพื่อประกอบธุรกิจ ณ สถานที่เอาประกันภัยได้รับความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจาก
ไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับทำแสงสว่าง หรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย หรือความเสียหาย
เนื่องจากภัยเพิ่มพิเศษอื่น ๆ ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ในระหว่างระยะเวลาที่ได้
เอาประกันภัย และเป็นผลให้ธุรกิจที่ดำเนินอยู่ ณ สถานที่เอาประกันภัยต้องหยุดชะงัก หรือได้รับผลกระทบ บริษัท
จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามจำนวนความสูญเสีย หรือเสียหายที่แท้จริงอันเป็นผลของการที่
ธุรกิจต้องหยุดชะงัก หรือได้รับผลกระทบตามแต่ละรายการที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย เช่น ถ้าเป็นการ
เอาประกันภัยกำไรขั้นต้น (Gross Profit) ก็จะให้ความคุ้มครองจำกัดเฉพาะการสูญเสียกำไรขั้นต้น (Loss of Gross
Profit) อันเนื่องมาจากการลดลงของยอดรายได้ (Reduction in Turnover) และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการ
ดำเนินกิจการ (Increase in Cost of Working) เป็นต้น เพื่อทำให้ผู้เอาประกันภัยกลับสู่สถานะทางการเงินดังเดิม
เสมือนไม่ได้เกิดวินาศภัยนั้นขึ้น
การประกันภัยนี้เหมาะสำหรับธุรกิจการค้า หรือสถานประกอบธุรกิจต่าง ๆ