สวัสดีครับ ท่านผุ้อ่าน
ช่วงปี 2025 เป็นปีที่เหนื่อยล้ามากๆสำหรับสังคมคนทำเว็บไซต์ เพราะ Organic Traffic ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และการเข้ามาของ AI ทำให้กระทบทั้งวงการ SME
เกิดการตีรวนไปหมด คนเกิดความกังวล ว่าทิศทางของการตลาดออนไลน์ ต้องไปทางใดกันแน่ อีกทั้ง ความเร่งรีบขายของ ของทาง Agency ที่ยิ่งไปปลุกเร้าความวิตกเข้าไปอีก ทั้งเรื่อง Generative AI
แต่นั่นก็เป็นจุดหนึ่งที่ต้องเคารพจุดยืนของตนเอง และมองว่า การทำ Blog หรือการพัฒนาชุมชนคนทำ Blog นั้นมีคุณค่าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
การไม่เอาเรื่องเงินเป็นที่ตั้ง
ผมได้สร้างชมรมคนเขียน Blog ขึ้นมาในวิกฤติ ที่ Blogger ส่วนใหญ่ #หมดไฟ ไปกับการทำ Blog ทั้ง connection รอบตัว และที่ผมไปเป็นลูกค้าในการลง Advertorial อยู่เสมอมา แต่มองดูสภาพตลาดโดยรวม ขอเรียกว่า โลกของคนทำ Blog ในไทย ส่วนใหญ่ในตอนนี้ จะมีพัฒนาการมาจากการจัดตั้งชมรมที่ตนเองสนใจ และพาเพื่อนที่สนใจร่วมกัน ทำกิจกรรมในเชิงบวก บางคนไม่ถนัดทำ Web WordPress หรือเว็บ Blog ก็ไปใช้งาน Social Facebook Page ก็มีจำนวนมาก ที่ผมเห็นคือกลุ่มแม่บ้านสายผัก Organic ซึ่งโดยส่วนตัวนั้นผมชอบแผนการตลาดของเขามากครับ เพราะไม่ได้ใช้ Digital Agency เลย แต่ใช้ความรู้ Basic แต่ทำให้เขาเติบโตได้และกลายเป็นสังคมธุรกิจที่มีคุณค่าและยั่งยืนจนไม่ต้องไปแข่งขันกับ Trend ของตลาดให้เหนื่อยยาก
เริ่มจากความสนใจและความหมกมุ่นส่วนตัว
การทำ Blog ให้ยั่งยืน ทุกคนคาดหวังว่า Blog ควรทำเงิน หรือสร้างรายได้อยู่แล้ว ตรงนี้ผมไม่เถียง และสนับสนุนมากๆ แต่ก่อนอื่นที่จะคิดเรื่องเงิน จุด starting point สำคัญต้องเรื่องจากความหมกมุ่นส่วนตัว และเห็นคนที่สำเร็จมานักต่อนัก คือความหมกมุ่น ไม่ใช่การวิ่งตาม trend นะครับ
— ความหมกมุ่น ดีอย่างไร กับการทำ Blog
ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเป็น Blogger คือความเอาใจใส่และความสม่ำเสมอ และมีความยินดีที่จะอยู่กับมันนานๆ นานมากๆ เช่น 5 ปี ก็ยังไม่เลิกเขียน Blog แม้ว่ามันไม่ได้ทำเงินสักกะบาท ความต่อเนื่องและการปรับปรุงแก้ไขผลงาน และเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว มันช่วยก่อเกิดให้ Blog ของคุณเริ่มมีสิ่งที่เรียกว่า EEAT ซึ่งเป็นหลักการทำ SEO
จะมีประโยชน์อย่างไร ถ้าทำ Blog ไปนานๆ แล้วไม่เห็นอะไร ??
ผมขอตอบว่า ถ้ามองเอาเรื่อง Money , Cashflow , Revenue เป็นที่ตั้ง ผมขอบอกว่า ไม่สำเร็จแน่นอนครับ ในยุคสมัยนี้ การเขียน Blog ไม่ได้เป็นเครื่องมือผลิตเงินต่อไปอีกแล้ว แต่ไม่อยากให้อ่านถึงตรงนี้แล้วปิดพับบทความผมออกไป อยากให้คุณเข้าใจเรื่อง Digital Assets จากการเขียน Blog และเรื่องการสร้างความยั่งยืน จาคุณค่าที่เป็น Blogger โดยที่ไม่ได้เงินจริงๆ นั้นทำอย่างไร ให้เกิดการสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว และเป็น Long-Term Investment แบบที่ผมนั้นก็ทำอยู่ ทั้งๆที่ผมไม่ได้มีตัวตนในโลก Online และไม่มี Mass Media ในมือที่คนติดตามเป็นแสนๆคน แต่สิ่งที่ผมขายคือ Skill และ Expertise ครับ ตรงนี้เองที่คนอื่นลอกเรียนได้ยาก และผมสามารถหาเงินจากสิ่งนี้ได้เรื่อยๆ นั่นจึงเป็นที่มาที่ผมอยากจะ Share และจัดตั้งกลุ่มชมรม คนทำ Blog ที่เป็น Personal Blog ที่สามารถสร้างผลประโยชน์และคุณค่าให้แก่ชีวิตคุณได้จริงๆ
ความยั่งยืน จากการทำ Blog
ผมได้ type in ลงใน Search Google ความว่า ;
How to making blogging sustainable in long term life Time
(พิมพิ์ไม่สน แกรมม่า เดี๋ยว Google มันให้ผลลัพธ์ที่เราต้องการได้เองครับ)
ความที่ได้คำแนะนำจาก Instant Google AI คือ การมุ่งเน้นการทำ Blog และไม่เสียพลังงานชีวิตเยอะ ==> อันนี้ผมเห็นด้วยเลย เพราะช่วง 1-2 ปีแรกผมเสียพลังงานจากความพยายามทำ SEO ให้สู้กับ Blog มืออาชีพทั้งๆที่เราไม่ได้รู้อะไรเท่าคนที่เก่งๆที่มาก่อนเราเลย นั่นทำให้ผมเลิกเขียน Blog ไปเป็นปี แต่สุดท้ายในหน้าที่ทำงานประจำ ผมเอาเวลาที่มีความสุขมีความรู้สึกดีๆ ที่อยากเขียน Blog มาลงมือเขียนครับ ทำแบบทิ้งๆขว้างๆ ไม่ต้องไป Plan หรือตั้งตารางปฏิทินมันมาก แค่มี Aware กับมันก็พอ คืออยู่แบบหลวมๆ แต่ไม่ทอดทิ้งการเขียน Blog นะ นั่นแหละเป็นรูปแบบของ Blogger ที่ดีรูปแบบหนึ่ง
ส่วนที่ผมไปเจอใน Blog อันหนึ่งของ Professional มาเขา list คร่าวๆ ว่าทักษะของคนที่จะเขียน Blog ควรมีอะไรบ้าง อันนี้เป็นชุดทักษะพื้นฐานที่คนควรจะมีดังนี้ครับ
- Curiosity – ความอยากรู้อยากเห็น
- Prioritization – การลำดับความสำคัญ
- Discipline – การมีระเบียบ และ วินัย
- Writing – การเขียน
- Marketing – การตลาด
- Relationship Building (Networking) – การสร้างความสัมพันธ์
- Patience – ความอดทน
- WordPress Management – (Tech) การทำ เว็บด้วย WordPress
- Basic Knowledge of HTML – (Tech) การเรียนรู้ การใช้งาน HTML
- Understanding SEO – (Tech) การทำ SEO
- Finding and Learning From Your Audience – เข้าใจผู้ติดตามของเรา
- Researching – การค้นคว้า
- Financial Management – การบริการการเงิน
- Understanding Analytics – การวิเคราะห์
- Flexibility – ความยืดหยุ่น (ผมเรียกว่าการเลื้อย)
- Humility – ความถ่อมตัว
หลักการนี้นำมาจาก บทความ = https://www.ryrob.com/blogging-skills/
โดยทั้ง 16 อันนี้ผมว่ามันตรงประเด็นและเก็บมาใช้ได้เลย เขาน่าจะกลั่นกรองมาจากประสบการณ์จริง โดยในชมรม หรือ Club ของผมจะมุ่งเน้นในเรื่อง Networking ครับ เพราะมันทำให้คุณสมาชิก ผู้ร่วมสมาคมได้ในเรื่องการทำ SEO การสร้าง Authority และเทคนิคการหาลูกค้าในวงการที่ตนเองถนัดได้ด้วยครับ
ความยั่งยืนใน Long-Term
ผมไปเจอ ข้อความที่ Hook ความคิดผมเลยคือคำว่า “write posts AI can’t write.“ หลังจากปี 2025 เป็นต้นมานี้ Google เริ่มทำโทษ กับ SEO Agency หัวหมอที่เอา AI ยัด content เป็นจำนวนมาก การเอาชนะ Google โดยไม่สนใจเจตนารมณ์ที่ดีของ Google กลายเป็นตัวทำลายความ เสถียรของการทำอันดับ และแม้แต่ Blogger เจ้าของ Blog ที่ขี้เกียจ และไม่ค่อยรู้เรื่อง Tech ก็เอา AI มาปั่น content จนได้รับผลลัพธ์ทางลบไปเป็นกันจำนวนมาก ซึ่งบอกไปนานแล้วว่า Google มีแผนที่จะกำจัดเรื่องพวกนี้ควรระมัดระวังการใช้งาน AI ให้มากๆครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ AI ไม่สามารถทำได้คือ “real human senses and experience” ตรงนี้เองที่ Google หิวกระหายอยากรู้เป็นอย่างมาก และในยุคนี้เองที่ผมเห็นว่า Blogger สาย Organic จริงๆ คือทำแบบค่อยๆเป็นๆค่อยๆไปจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง และเป้นโอกาสอันดีสำหรับบุคคลทั่วไป ที่อยากมี Blog เป้นของตนเองและค่อยๆ เติบโตไปทีละนิดครับ
อีกแนวคิดที่คนที่ประสบความสำเร็จในการเขียน Blog คือการเก็บรายละเอียด หรือ ใส่ใจในรายละเอียด จากคำว่า “detailed and insightful posts” ตรงนี้แหละครับที่จะทำให้ blog ของคุณโดดเด่นกว่าใคร เพราะของแบบนี้ copy&paste กันไม่ได้ และพวก Internet Spammer พวกนักก๊อป ก็ไม่สามารถทำได้อีกต่อไปแล้ว
อีกอันที่ผมว่าคือที่สุด และเห็น Blog สายทำเงินในวงการ content marketing เขาทำกันเป็นล่ำเป็นสันคือ B2B articles include case studies, professional insights, resource guides
ตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่ผมได้ลูกค้าระดับผู้บริหาร ส่งเมลมาขอให้เราไป pitch งานอยู่นานๆครั้ง แต่สามารถปิดงานได้ และได้ทำงานระยะยาว คือพยายามศึกษาในสิ่งที่ตลาดเขาสนใจและเราสร้างข้อมูลที่มีประโยชน์แก่ผู้อ่าน ย่อยให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะเนื้อหาแบบ “B2B” สร้าง Case Study เยอะๆ หรือการทำ information ซึ่งยุคหนึ่งสาย story telling ที่นิยมหยอด Infographic ออกมาเคลมบ่อยๆ ว่าคือชัยชนะของการทำการตลาด แต่ในบัดนี้ การแชร์ insight ทางธุรกิจก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เราได้ลูกค้าและสร้างเงินจากการเขียน Blog
มาดู Blogger ในตำนาน
สักช่วงปี 2014 ผมได้มีโอกาสทำหน้าที่เป็น Head of SEO แห่ง Lazada ประเทศไทย

ขอบคุณภาพจาก https://www.workpointtoday.com/lazada-thailand-office
สมัยนั้นผมได้มีโอกาสติดต่อชาว Blogger เป็นจำนวนมาก ถ้าจำได้ Blogger ในไทยที่เป็นคนไทยอยู่ใน account ของผมมากกว่า 300 Blogs ด้วยกัน และ Traffic ของ blog top tier ประมาณ เดือนละ 6-7 หมื่น reader ได้เลยครับ ลองคิดดู ถ้าเขาติด Ads ลงไป และรับงานรีวิวสินค้าจาก Lazada ลงไปเดือนหนึ่งๆ รับเงินแสนได้สบายดี
Blog = 9Tana
ผมขอยกตัวอย่าง Blogger ขาประจำที่ Lazada ใช้งานบ่อย น่าจะเป็น 9Tana ความจริงมีอีกหลากหลายบล๊อก แต่ล้มหายตายจากไปกันเยอะเลย

เจ้าของ Blog 9tana.com
9Tana เจ้าของ Blog ที่ชื่อว่า 9Tana.com ซึ่งตอนนี้เว็บของแกหายไปไหนแล้วไม่รู้ หาใน Google ไม่เจอ นี่คือตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จในการเป็น Blogger คนหนึ่งของไทยเลยครับ เพราะ Sponsor เข้าตลอด
ส่วนใครที่สนใจ อยากศึกษาเรียนรู้การทำ Blog ให้ติดต่อผมได้ที่เบอร์ 098-552-9292 นะครับ หรือ Line ID = sirwilliams0551 หรือ Facebook = Palawast
Leave a Reply