Short Note ที่ได้ทำการจดย่อมานี้ ถือเป็น “แก่นแท้ของ Deep Tech SEO” ในยุคปัจจุบัน! เพราะมันคือการถอดรหัสว่า โครงสร้างของ AI และ Search Engine ในยุคนี้ (โดยเฉพาะ Google) ทำงานอย่างไร
ถ้าเรานำคีย์เวิร์ดแต่ละตัวใน Note นี้มาแปลเป็น “Secret SEO” สำหรับใช้ใน Search Monopoly จะสามารถสรุปความลับขั้นเทพได้ดังนี้:
1. Text Retrieval + Gemini + RAG = ความลับของการทำ SEO สำหรับ AI Overviews (GEO)
จาก Note: Text Retrieval = หาข้อมูลกลับ / Gemini อยู่ใน Google ส่วน Retrieval Database RAG
SEO Secret: Google Search ในปัจจุบันไม่ได้ทำงานแค่จับคู่ Keyword อีกต่อไป แต่มันคือระบบ RAG (Retrieval-Augmented Generation) ขนาดยักษ์ ที่มี Gemini เป็นสมองกล
วิธีประยุกต์ใช้: ต่อไปนี้การทำ SEO ต้องทำแบบ GEO (Generative Engine Optimization) คือการเขียนคอนเทนต์ให้เป็น “ฐานข้อมูล (Database) ที่ AI ดึงไปตอบง่ายที่สุด” ต้องมีการจัดโครงสร้าง (Structured Data / Schema Markup), ใช้ Bullet points ชัดเจน และให้ Fact (ข้อเท็จจริง) ที่แม่นยำ เพื่อให้ Gemini วิ่งมาดึง (Retrieve) ข้อมูลของเราไปแสดงผลในส่วน AI Overviews (SGE) บนหน้าแรกสุดของ Google
2. Reasoning (OpenAI) + Thinking Mode = ความลับของ Semantic Search & User Intent
จาก Note: คิด Reasoning –> open AI / Thinking mode
SEO Secret: AI สมัยใหม่มีกระบวนการ “ให้เหตุผล” (Reasoning) ก่อนตอบคำถาม Google เองก็ใช้ระบบที่คล้ายกันในการ “เดาใจ” ผู้ใช้งาน (Search Intent) ว่าเบื้องหลังคำค้นหานั้น ผู้ใช้ต้องการอะไรกันแน่
วิธีประยุกต์ใช้: เลิกเขียนบทความแบบยัด Keyword (Keyword Stuffing) แต่เปลี่ยนมาเขียนแบบ “Topical Authority” ที่ตอบคำถามเชิงตรรกะ (Why, How, What if) ครอบคลุมบริบทรอบด้าน เพื่อตอบสนอง “Thinking Mode” ของ Algorithm ที่กำลังวิเคราะห์ว่าเว็บคุณให้คำตอบที่มีเหตุผลและลึกซึ้งที่สุดหรือไม่
3. Reinforcement Learning เสริมแรง = ความลับของ Navboost & User Experience (UX)
จาก Note: พวก reinforcement learning เสริมแรง
SEO Secret: นี่คือความลับที่เอกสารหลุดของ Google (Google API Leak) ยืนยันแล้ว! Google ใช้ระบบที่เรียกว่า Navboost ซึ่งทำงานบนหลักการ Reinforcement Learning (RL) โดยใช้ “พฤติกรรมคนคลิก” เป็นตัวเสริมแรง (Reward)
วิธีประยุกต์ใช้: อันดับ SEO จะพุ่งหรือร่วง ไม่ได้อยู่ที่ Backlink อย่างเดียว แต่อยู่ที่ “พฤติกรรมผู้ใช้หลังคลิกเข้าเว็บ” (Click-Through Rate, Dwell Time, การไม่กดปุ่ม Back กลับไปหน้าค้นหาทันที) ดังนั้นงาน UX/UI, ความเร็วเว็บ, และ Storytelling ที่ดึงคนให้อ่านจนจบ จึงเป็นตัวสร้าง “คะแนนเสริมแรงบวก” ให้กับ AI ของ Google เพื่อดันเว็บคุณขึ้นอันดับ 1 ถาวร
4. Text -> Image (Multimodal) = ความลับของ Visual & Entity Search
จาก Note: AI -> Text ไม่มีความรู้ แปลงไปเป็น image JPG หรือ PNG
SEO Secret: Google มองภาพไม่ออกว่าเป็นรูปอะไรในอดีต แต่ปัจจุบันใช้ Multimodal AI ที่แปลงพิกเซลภาพเป็นข้อความและบริบท (Vision AI)
วิธีประยุกต์ใช้: รูปภาพในเว็บ SEO ห้ามเอารูป Stock Photo โง่ๆ มาแปะอีกต่อไป รูปภาพต้องมี Data ซ่อนอยู่ (EXIF Data), ไฟล์ชื่อตรงคีย์เวิร์ด, มี Alt Text และ “เนื้อหาที่อยู่ล้อมรอบรูปภาพ” ต้องอธิบายรูปนั้นได้ สิ่งนี้จะทำให้เว็บคุณติดอันดับใน Google Image Search แบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็น Blue Ocean ที่คนมักมองข้าม
5. AI Agent + ออเคสตรา ขั้น Process = ความลับของ Automation SEO (PBN & Operations)
จาก Note: การสร้างความรู้ AI Agent มากขึ้น / ออเคสตรา ขั้น Process
SEO Secret: นี่คือจุดเชื่อมโยงกับเรื่อง “บอทกุ้ง” (OpenClaw) ที่เราคุยกันครับ Orchestration คือการเป็น “วาทยกร” สั่งการให้ AI หลายๆ ตัวทำงานประสานกัน
วิธีประยุกต์ใช้: ในฐานะ CEO ของ Search Monopoly คุณไม่ต้องให้คนมานั่งโพสต์เว็บทีละเว็บ คุณสามารถทำ SEO Orchestration โดยกำหนด Process: ให้ AI ตัวที่ 1 หา Keyword -> AI ตัวที่ 2 (Reasoning) เขียนบทความระดับ Deep Tech -> AI Agent ตัวที่ 3 (บอทกุ้ง) นำไปโพสต์ลง WordPress PBN 50 เว็บ พร้อมจัดหน้าและยิง Backlink อัตโนมัติ นี่คือการทำ Asset-Light Business ที่แท้จริง